"กลัวความมืดไหม "

กับประสบการณ์ไฟในชีวิตดับทั้งระบบ

มองทางไหนก็เห็นแต่ความมืดที่ไม่คุ้นเคย

ความกลัว..ที่จะก้าวต่อ

กลัว..แม้แต่การยืนอยู่จุดเดิมที่เคยอยู่

 

กับ

ความคาดหวัง ที่ไม่เคยซื่อสัตย์ต่อหัวใจ

ความเคยชิน ที่ทำให้กลัวการเปลี่ยนแปลง

ความอ่อนแอ ที่ไม่ยอมหนีหายไปจากชีวิตฉันสักที

 

 

จนวันนั้น

วันที่ได้สัมผัสมือของตัวเองเบาๆ 

มือขวาได้บอกกับมือซ้ายในใจว่า"ขอบใจนะ ทำดีแล้วหละ"

ตอนนั้นเอง"กำลังใจ"ที่เราต้องการมากมายนั้นได้ท่วมออกมา

 

อยู่กับตัวเองมาตลอดชีวิต

พึ่งรู้ว่าคนที่รักเรามาตลอดชีวิต..ก็คือตัวเราเอง

.....

..........

มีคำพูดที่ว่า "ความมืดที่น่ากลัวที่สุด คือการไม่รู้ว่าอยู่ในความมืด"

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มักมีข้ออ้างให้ตัวเองเสมอที่จะปล่อยบล็อกให้ว่างเปล่า

อาจเป็นเหตุผลที่ว่า ให้ความว่างได้ทำหน้าที่ของตัวเอง (อันนี้คิดว่าดูดีนะ)

แต่ที่จริงคือไม่มีเวลา (เป็นเหตุผลที่แย่กว่าเดิมอีก)แต่ก็ต้องยอมรับ -_-!

ไม่มีเวลาเขียนแต่มีเวลาไปอ่านของชาวบ้าน

 

ยังไงก็แล้วแต่..สำหรับฉัน

ในช่วงเวลาที่เศร้าที่สุด มักเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ

ขอบคุณแรงบันดาลใจ..จากหนังสือFish

 โดย เดวิด ไวท์ 

ผมอยากเขียนถึงความศรัทธา

เขียนถึงจันทรา ที่เคลื่อนดวงลอยเด่น

เหนือหิมะกลางฤดูหนาว คืนแล้วคืนเล่า

 

ศรัทธายังมี แม้จันทร์หรี่ ในคืนแรม

วงเสี้ยวเว้าหาย จนสลายไร้รูปรอย

แต่ในใจผมมืดสนิทไร้ศรัทธา

ไม่ยอมเปิดช่องให้แสงส่องเข้ามา

 

ผมจึงปรารถนา ให้ลีลากวีบทนี้

เป็จันทร์ข้างขึ้นคืนแรก เสี้ยวนิดน้อย รอคอยเต็มดวง

เป็นวรรคแรกร่ายมนตรา ให้ศรัทธาเปิดตาและดวงใจ 

วันนี้พระจันท์เสี้ยวมาทักฉันที่หน้าต่างห้องนอน

ขอบคุณความศรัทธาในตัวเองที่ยังคงอยู่

ฉันพร้อมกอบกู้..ความรัก ความฝัน และจะจุดไฟที่กลางใจตัวเองแล้วหละ สู้ๆ

 

ขอบคุณภาพจากหนังสือ ผู้ชายที่หลงรักดวงจันทร์